วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

“ ประวัติมิกกี้เมาส์ ” [Mickey Mouse]


“ ประวัติมิกกี้เมาส์ ” [Mickey Mouse]


 


ประวัติมิ้กกี้เมาส์25.05.2008 - 21:58:52มิกกี้เมาส์ โดนัลด์ดั๊ก หมาพลูโต และผองเพื่อน เปิดม่านฉายความหลังของค่ายราชาการ์ตูน วอลต์ ดิสนีย์ ว่าก่อกำเนิดเมื่อ ค.ศ.1919 จากการประสานมือระหว่าง นายวอลต์ ดิสนีย์ กับนายเอ๊บ ไอเวอร์ก มีสำนักงานศิลปะเล็กๆ ณ เมืองเคนซัสซิตี้ รัฐแคนซัส ผลิตภาพยนตร์โฆษณาเป็นภาพวาดความยาวประมาณ 2 นาที สำหรับฉายตอนเริ่มต้นในโรงภาพยนตร์ท้องถิ่น และสร้างภาพยนตร์จากภาพวาดการ์ตูนชุด Laugh-O-Grams กับอีกชุดเป็นเทพนิยายยาว 7 นาที เรื่อง Alice in Cartoonland แต่ถูกผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในนิวยอร์กฉ้อโกง ทั้งคู่จึงเดินทางสู่ลอส แองเจอลิส เริ่มธุรกิจใหม่อีกครั้งโดยมี รอย ดิสนีย์ พี่ชายของวอลต์ นั่งเก้าอี้ผู้จัดการ โครงการหนังการ์ตูน Alice in Cartoonland ถูกสานต่อ พร้อมการแจ้งเกิดของตัวการ์ตูนตัวใหม่ "กระต่ายออสวอลด์" จัดจำหน่ายได้ถึงตอนละ 1,500 เหรียญสหรัฐ ซึ่งยามนั้นนับว่ามหาศาล ดิสนีย์และไอเวิกส์สามารถดำเนินธุรกิจเล็กๆ ของตนต่อไปได้ วันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ.1923 เป็นวันก่อตั้งบริษัทที่เปลี่ยนชื่อเดิมจาก "ดิสนีย์ บราเธอร์ส การ์ตูนสตูดิโอ" เป็น "วอลต์ ดิสนีย์สตูดิโอ" ตามคำแนะนำของพี่รอย ฤกษ์งาม 16 ต.ค. ได้มาจากวันที่บริษัทเอ็มเจ วิงเลอร์ ตกลงยอมเป็นผู้จัดจำหน่ายการ์ตูนเรื่องใหม่ที่สร้างสรรค์จากวรรณกรรมเยาวชน Alice in Wonderland "วอลต์ ดิสนีย์สตูดิโอ" มีสำนักงานอยู่บนถนนคิงส์เวลล์ในฮอลลีวู้ด ก่อนเก็บเงินเก็บทองขยับขยายไปยังแห่งใหม่ที่สตูดิโอไฮเปอเรียน ปี 1927 วอลต์ ดิสนีย์ พยายามเจรจาต่อรองเรื่องค่าตอบแทนภาพยนตร์การ์ตูนกระต่ายออสวอลด์ กับบริษัทจัดจำหน่าย เขาได้รู้ว่าฝ่ายหลังไม่ซื่อสัตย์โดยทำสัญญาว่าจ้างนักเขียนการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ เพื่อสร้างการ์ตูนออสวอลด์ขึ้นมาเอง บทเรียนครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องสูญเสียตัวออสวอลด์ให้กับความไม่รู้สีสาของตน และไม่ซื่อของคนอื่น หลังจากเสียการ์ตูนตัวเด่น คือ กระต่ายออสวอลด์ไปแล้วก็เสียไป สร้างใหม่ก็ได้ บัดเดี๋ยวนั้น "หนู" ตัวหนึ่งก็เกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือของไอเวอร์กผู้ควบตำแหน่งหัวหน้าทีมวาดการ์ตูนของเขา หนูชื่อ "มิกกี้ เมาส์" ได้คะแนนนิยมเป็นที่รักของผู้ชมทั่วโลก ต่อมา ดิสนีย์ออกตัวการ์ตูน "ซิลลี ซิมโฟนี" เพื่อให้เข้ากับชุดกับมิกกี้ เมาส์ ซิลลี ชิมโฟนีเป็นการ์ตูนสีตลอดเรื่องๆ แรกของโลก ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดการ์ตูนหลายเวที และนับจากนั้นตลอดทศวรรษ การ์ตูนของดิสนีย์ก็ไม่เคยพลาดรางวัลออสการ์แม้แต่ปีเดียว ขณะที่หนังการ์ตูนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การผลิตสินค้าแปะโลโก้ตัวการ์ตูนออกจำหน่าย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เพิ่มรายได้ให้กับบริษัท จึงมีสินค้าตัวการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ออกมา หนังสือมิกกี้เมาส์เล่มแรกก็ได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ.1930 พร้อมๆ กับการตีพิมพ์การ์ตูน มิกกี้ เมาส์ ในหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรก 13 ปีต่อมา วอลต์ ดีสนีย์ปรารภกับเหล่านักวาดการ์ตูนของเขาว่าอยากจะผลิตหนังการ์ตูนเรื่องยาว บ้าง ว่าแล้วก็เล่าเรื่อง สโนไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ดให้เด็กโค่งทั้งหลายฟัง ทุกอย่างจึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยระยะเวลานาน 3 ปี ที่ทีมงานทุ่มเท ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาว สโนไวต์ เสร็จสมบูรณ์ออกฉายในช่วงคริสต์มาสปี 1937 และเป็นเจ้าของสถิติภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุด ก่อนจะถูก วิมานลอย Gone with the wind สอยคะแนนไป ดิสนีย์ลุยสร้างหนังการ์ตูนเรื่องยาวอย่างจริงจัง เรื่องต่อๆ มา ได้แก่ Pinocchio และ Fantasia ปีแห่งความสำเร็จของดิสนีย์ คือ 1950 ด้วยภาพยนตร์การ์ตูนแอ๊กชั่นเรื่องแรก Treasure Island ควบคู่กับการ์ตูนคลาสสิก Cinderella ทั้งมีรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก และเริ่มจริงจังกับรายการชุดที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 1954 ชุด ดิสนีย์ แลนด์ ตามด้วยมิกกี้ เมาส์ คลับ เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน

 มิกกี้เมาส์ [Mickey Mouse]
http://4911510370-3.net84.net/index.php?option=com_content&task=view&id=12&Itemid=29




หน้าหลัก

การ์ตูน หรือ อนิเมชั่นในปัจจุบัน...

Walt Disney


“ ประวัติ Walt Disney ”


“ ประวัติ  Walt Disney ”


 ประวัติความเป็นมาของวอลต์ดีสนีย์
ราชาการ์ตูน วอลต์ ดีสนีย์ เดินทางจากแคนซัสมุ่งหน้าสู่แคลิฟอร์เนียในปีค.ศ.1923ด้วยความหวังที่จะประสบความสำเร็จ เป็นราชาการ์ตูนผู้โด่งดัง โดยก่อนหน้านี้เขาได้สร้างสรรค์ตัวละครการ์ตูนขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อว่าอลิซ และแต่งเป็นเรื่องAlice in Wonderlandเมื่อได้โอกาสเขาก็ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปเสนอบริษัทจัดจำหน่าย และบ.เอ็มเจ วิงเลอร์ก็ตกลงยอมเป็นผู้ จัดจำหน่ายการ์ตูนเรื่องนี้ เมื่อเจราจาตกลงกันได้ วอลต์ดีสนีย์และพี่ชาย รอยดีสนีย์ จึงเลือกเอาวันที่เซ็นสัญญากับบ.จัด จำหน่ายเป็นวันก่อตั้งบ.คือวันที่16ตุลาคม ค.ศ.1923 ในชื่อดั้งเดิมว่า"ดีสนีย์ บราเธอร์ส การ์ตูนสตูดิโอ"แต่ภายหลังรอยก็เป็นผู้แนะ นำให้เปลี่ยนชื่อบ.เป็น"วอลต์ ดีสนีย์สตูดิโอ"แทน มีสำนักงานอยู่บนถนนคิงส์เวลล์ในฮอลลีวู้ด หลีงจากที่มีเงินมากพอที่จะขยับขยาย บริษัท วอลต์ดีสนีย์ก็ย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปที่สตูดิโอไฮเปอเรียน
วอลต์ ดีสนีย์ได้สร้างการ์ตูนชุดอลิซอยู่ถึง4ปีและในปีค.ศ.1927 เขาก็สร้างตัวการ์ตูนขึ้นมาใหม่อีกตัวคือกระต่ายออสวอลด์ ซึ่งเป็นตัวเอกในการ์ตูน26ตอนของเขา ต่อมาเมื่อวอลต์ ดีสนีย์พยายามเจรจาต่อรองเรื่องค่าตอบแทนกับทางบริษัทจัดจำหน่าย จึงได้รู้ว่าทางบริษัทจัดจำหน่ายไม่ซื่อสัตย์ต่อเขาโดยได้ทำสัญญาว่าจ้างนักเขียนการ์ตูนของวอลต์ดีสนีย์เพื่อสร้างการ์ตูนออสดวอลด์ ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องการอาศัยวอลต์ ดีสนีย์ บทเรียนครั้งนี้ทำให้เขาต้องสูญเสียตัวการ์ตูนออสวอลด์ให้กับ ทางบ.จัดจำหน่ายไป
เมื่อสูญเสียตัวการ์ตูนออสวอลด์ไปแล้ว วอลต์ดีสนีย์ก็คิดตัวการ์ตูนขึ้นมาใหม่คือตัวการ์ตูนมิคกี้ เมาส์ด้วยความร่วมมือของแอ๊บ ไอเวิร์กส์ หัวหน้าทีมวาดการ์ตูนของเขา และหนูตัวนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเป็นที่รักของผู้ชมทั่วโลกทำให้มีตอนต่อออกมาอีกหลาย ต่อหลายตอน
วอลต์ ดีสนีย์เป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาจึงได้ผลิตตัวการ์ตูนชุดต่อมาอีกคือซิลลี ซิมโฟนีเพื่อให้เข้ากับชุดกับมิกกี้ เมาส์ซึ่งซิลลี ชิมโฟนี เป็นการ์ตูนสีตลอดเรื่องเป็นเรื่องแรกและได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดการ์ตูนหลายเวที และนับจากนั้นตลอดทศวรรษ การ์ตูนของ ดีสนีย์ก็ไม่เคยพลาดรางวัลออสการ์แม้แต่ปีเดียว
ในขณะที่หนังการ์ตูนของดีสนีย์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การผลิตตัวการ์ตูนของดีสนีย์ออกจำหน่ายก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท จึงมีสินค้าตัวการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ออกมาและหนังสือมิกกี้เมาส์เล่มแรกก็ได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ. 1930พร้อมๆกับการตีพิมพ์การ์ตูนมิกกี้เมาส์ในหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรก
ในปีค.ศ.1943วอลต์ ดีสนีย์บอกกับเหล่านักวาดการ์ตูนของเขาว่าเขาอยากจะผลิตหนังการ์ตูนเรื่องยาวออกมา โดยเขาได้ เล่าเรื่องสโนไวต์กับคนแคระทั้งเจ็ดให้เหล่านักวาดการ์ตูนฟัง ทุกอย่างจึงได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยระยะเวลา3ปีที่ทางทีมงานทุ่มเท กับการ์ตูนเรื่องสโนไวต์จนเสร็จสมบูรณ์ออกฉายในช่วงคริสต์มาสปีค.ศ.1937 และกลายเป็นหนังการ์ตูนสร้างสถิติทำรายได้ สูงสุดก่อนจะถูกหนังเรื่องGone with the windทำลายสถิติในเวลาต่อมา จากนั้นทางดีสนีย์ก็เริ่มโครงการการสร้างหนัง การ์ตูนเรื่องยาวอย่างจริงจัง โดยเรื่องต่อๆมาได้แก่ Pinocchioและ Fantasia ซึ่งเป็นผลงานที่สำคัญเช่นเดียวกัน ปีแห่งความสำเร็จของดีสนีย์คือปี1950 ซึ่งดีสนีย์เริ่มสร้างหนังแอ๊คชั่นออกมาเป็นเรื่องแรกคือTreasure Islandควบคู่ ไปกับการทำการ์ตูนคลาสสิกออกมาด้วยคือCinderella รวมทั้งมีรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกและเริ่มจริงจังกับ รายการชุดทางทีวีในปี1954เริ่มจากชุดดีสนีย์แลนด์ ตามด้วยมิกกี้เมาส์คลับที่เป็นที่ชื่นชอบจากทุกคน
ก้าวต่อมาของดีสนีย์คือการสร้างสวนสนุกโดยเริ่มเปิดเมื่อวันที่17กรกฏาคม1955 แม้ดีสนีย์แลนด์จะเปิดมาเกือบ50ปีแล้ว แต่วอลต์ ดีสนีย์ก็กล่าวว่าดีสนีย์แลนด์จะไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์ตราบใดที่มนุษย์เรายังมีจินตนาการอยู่ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิด ขึ้นในปี1966 เมื่อวอลต์ ดีสนีย์ได้ถึงแก่กรรมลงโดยยังทิ้งความฝันต่างๆเอาไว้ แผนการทั้งหลายยังคงได้รับการสานต่อ จากรอย ดีสนีย์
สวนสนุกดีสนีย์ เวิลด์ได้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่1ตุลาคม1971อันเป็นโครงการสุดท้ายก่อนที่วอลต์จะเสียชีวิต ดีสนีย์เวิล์ด ตั้งอยู่บนพื้นที่28,000เอเคอร์ใกล้เมืองออแลนโดในรัฐฟลอริดา อาณาบริเวณกว้างขวางเหล่านี้ทำให้ดีสนีย์สามารถสร้าง โรงแรมที่ทำให้กับผู้มาเที่ยวโดยโรงแรมไม่กีดขวางทัศนียภาพของดีสนีย์แลนด์แต่อย่างใด ต่อมาในปี1971 รอย ดีสนีย์ ก็ถึงแก่กรรมลง
ยุคทศวรรษที่80 อุปนิสัยคนดูหนังเริ่มเปลี่ยน คนดูหนังแนวครอบครัวลดน้อยลงดีสนีย์จึงปรับนโยบายบริษัทโดยตั้ง เครื่องหมายการค้าขึ้นใหม่ชื่อ"ทัชสโตน พิกเจอร์ส"และสร้างหนังออกฉายในปี1984เป็นเรื่องแรก มีข่าวว่าราคาหุ้นของ ดีสนีย์ลดลงต่ำกว่าราคาจริงเมื่อเทียบกับทรัพย์สินบริษัท จึงมีบุคคลสองคนเข้ามาช่วยกอบกู้ดีสนีย์ไม่ให้ล้มลงไปคือ ไมเคิล ไอสเนอร์และแฟรงค์ เวลล์ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่ตามลำดับ ทีมผู้บริหารเหล่านี้ มองเห็นช่องทางการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของดีสนีย์อย่างคุ้มค่า ทางบริษัทเริ่มเปิดเครือข่าย เคเบิลชื่อว่า"ดีสนีย์ แชนเนล"
ดีสนีย์ยังคงประสบความสำเร็จ ร่วมมือกับจอร์จ ลูกัสและฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลาสร้างกัปตันอีโอและสตาร์ทัวร์ในดีสนีย์ แลนด์ ด้านการสร้างหนัง ดีสนีย์ยังประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี1988เมื่อดีสนีย์เป็นผู้สร้างหนังที่มีหนังทำเงินได้สูงเกิน 100$ล้านเหรียญ นอกจากนี้ยังจัดตั้งธุรกิจใหม่ต่างๆเช่นฮอลลีวูด พิกเจอร์ส,สถานีโทรทัศน์เคเอชเจและเปิดห้างดีสนีย์ ทำให้ประสบความสำเร็จและได้กำไรอย่างมาก ภาพยนตร์ของดีสนีย์ก็ยังคงมีอยู่เรื่อยๆรวมทั้งยังมีพัฒนาการที่ต่อ เนื่องรวมถึงการใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์มาใช้ในหนัง หรือการขยายความเป็นสากลให้มากขึ้น
ดีสนีย์ยังคงประสบความสำเร็จมาตลอดระยะเวลากว่า6ทศวรรษที่ผ่านมา ในการสร้างชื่อเสียงให้ตนเองเป็นที่รู้จักกันดี ในด้านความบันเทิงสำหรับครอบครัว จากสตูดิโอเล็กๆที่สร้างสรรค์การ์ตูนในช่วงทศวรรษที่20จนกลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ในปัจจุบัน ซึ่งดีสนีย์เองยังคงยืนยันสร้างสรรค์ความบันเทิงอย่างมีคุณภาพสำหรับทุกๆคนในครอบครัวตามความตั้งใจ เดิมของวอลต์ ดีสนีย์ที่มีมาแต่ต้น
รายชื่อการ์ตูนเรื่องยาวทั้งหมดของดีสนีย์
Disney LONG MOVIE ANIMATION

1.SNOW WHITE AND THE SEVEN DWARFS(1937)

2.PINOCCHIO(1940)

3.FANTASIA(1940)

4.DUMBO(1941)

5.BAMBI(1942)

6.SALUDOS AMIGOS(1942)

7.THE THREE CABALLEROS(1944)

8.MAKE MY MUSIC(1946)

9.FUN AND FANCY FREE(1947)

10.MELODY TIME(1948)

11.THE ADVENTURES OF ICHABOD AND MR.TOAD(1949)

12.CINDERELLA(1950)

13.ALICE IN WONDERLAND(1951)

14.PETER PAN(1953)

15.LADY AND THE TRAMP(1955)

16.SLEEPING BEAUTY(1959)

17.101DALMATIANS(1961)

18.THE SWORD IN THE STONE(1963)

19.THE JUNGLE BOOK(1967)

20.THE ARISTOCATS(1970)
21.ROBIN HOOD(1973)

22.THE MANY ADVENTURES OF WINNIE THE POOH(1977)

23.THE RESCUERS(1977)

24.THE FOX AND THE HOUND(1981)

25.THE BLACK CAULDRON(1985)

26.THE GREAT MOUSE DETECTIVE(1986)

27.OLIVER AND COMPANY(1988)

28.THE LITTLE MERMAID(1989)

29.THE RESCUERS DOWN UNDER(1990)

30.BEAUTY AND THE BEAST(1991)

31.ALADDIN(1992)

32.THE LION KING(1994)

33.POCAHONTAS(1995)

34.THE HUNCHBACK OF NOTREDAME(1996)

35.HERCULES(1997)

36.MULAN(1998)

37.TARZAN(1999)

38.FANTASIA2000(2000)

39.DINOSAUR(2000)

40.THE EMPEROR

Disney & PIXAR CG ANIMATION

1.TOY STORY(1995)

2.A BUG's LIFE(1998)

3. TOY STORY2(1999)

4.MONSTER INC.(2001)

5.FINDING NEMO (2003)

6.THE INCREDIBLES (2004)



ประวิติ Disney
http://student.nu.ac.th/nubell/index.htm







 

“ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ” [Conan]


“ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ” [Conan]

 


 



 


ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (ญี่ปุ่น: 名探偵コナン Meitantei Conan ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องยาวแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องและภาพโดยอาโอยาม่า โกโช โคนันถูกตีพิมพ์ในหลายภาษา นอกจากภาษาญี่ปุ่นต้นฉบับแล้ว ยังมีภาษาจีน, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, ไทย ฯลฯ นอกจากนี้ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ยังได้มีการนำมาทำเป็นการ์ตูนโทรทัศน์ และ การ์ตูนภาพยนตร์ หรือ แอนิเมชันอีกด้วย
เนื้อเรื่อง
นักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปีคนหนึ่ง ชื่อคุโด้ ชินอิจิ มีทักษะพิเศษในการไขคดีจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น จนได้รับขนานนามว่า เชอร์ล็อก โฮล์มส์แห่งยุคเฮเซ วันหนึ่งเขาได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อ โมริ รัน ที่สวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ และได้ไขคดีการฆาตกรรมบนรถไฟเหาะ ระหว่างทางกลับบ้าน ชินอิจิได้ไปเห็นชายสวมชุดดำ วอดก้ากำลังเจรจาแลกของต้องสงสัย แต่หารู้ไม่ว่ามีชายชุดดำอีกคน ยิน แอบอยู่ด้านหลังอยู่ ชินอิจิจึงถูกตีหัวและถูกจับกรอกยาพิษที่องค์กรของพวกเขาสร้างขึ้น นั่นก็คือยา APTX4869 ที่จะทำให้ผู้รับยาเสียชีวิตโดยไม่มีร่องรอยของยาพิษหลงเหลืออยู่เลย แต่ยากลับผิดพลาดเนื่องจากยังอยู่ในขั้นทดลอง จึงไม่ทำให้ชินอิจิเสียชีวิต แต่กลับทำให้ร่างกายหดเล็กลงกลายเป็นเด็กแทน และเพื่อจะสืบหาความจริงว่าคนพวกนั้นเป็นใคร และหายาแก้พิษเพื่อที่จะกลับคืนร่างเดิมอีกครั้ง ชินอิจิจึงกลับไปที่บ้านและไปปรึกษากับดร.อากาสะ ฮิโรชิ
เนื่องจากพ่อและแม่ของชินอิจิไปทำงานถาวรอยู่ต่างประเทศ ชินอิจิในร่างเด็กจึงไปปรึกษา ดร.อากาสะ ฮิโรชิ นักวิทยาศาสตร์ที่อาศัยอยู่ใกล้บ้านของชินอิจิ หลังจากที่รันกลับจากสวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ ก็รีบมาหาชินอิจิที่บ้าน แต่ได้พบกับชินอิจิในร่างเด็กกับดร.อากาสะในห้องหนังสือ เมื่อรันถามชื่อชินอิจิ ชินอิจิจึงตอบไปว่า เอโดงาวะ โคนัน ซึ่งนำมาจากชื่อนักเขียนบนสันหนังสือข้างหลัง นั่นคือ เอโดงาวะ รัมโป และ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ดร.อากาสะจึงแนะนำให้ชินอิจิไปอาศัยอยู่ที่สำนักงานนักสืบโมริ สำนักงานของโมริ โคโกโร่ พ่อของรันนั่นเอง เผื่อว่าจะมีข่าวคราวใดเกี่ยวกับพวกชายชุดดำ ที่พ่อของรันที่มีอาชีพเป็นนักสืบ โดยที่ไม่บอกความจริงกับใครว่าตนคือคุโด้ ชินอิจิ
เพื่อต้องการหาข่าวคราวของพวกชายชุดดำ โคนันจึงต้องให้โคโกโร่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งจะทำให้มีผู้จ้างวานไปสืบคดีมากขึ้น และจะทำให้มีโอกาสที่จะได้เบาะแสขององค์กรชุดดำมากขึ้นเช่นกัน โดยใช้อุปกรณ์หลักๆ 2 อย่างคือ นาฬิกายิงยาสลบ ยิงให้โคโกโร่สลบ และ หูกระต่ายเปลี่ยนเสียง เพื่อเปลี่ยนเสียงเป็นเสียงโคโกโร่แล้วคลี่คลายคดีแทน จึงทำให้เกิดฉายาว่า โคโกโร่นิทรา ขึ้นเพราะเวลาคลี่คลายคดีจะเหมือนกำลังนอนหลับอยู่นั่นเอง
ชินอิจิเมื่ออยู่ในร่างของเด็กจึงต้องกลับไปเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนประถมเทตันใหม่อีกครั้ง และได้รู้จักกับ โยชิดะ อายูมิ, ซึบุรายะ มิซึฮิโกะ, และโคจิมะ เก็นตะเพื่อนร่วมชั้นแล้วได้ก่อตั้งขบวนการนักสืบเยาวชนขึ้นมา
การสืบหาองค์กรชุดดำและยาแก้พิษของโคนันก็ได้ดำเรื่อยมา ได้เกิดคดีต่างๆ และค้นพบบุคคลสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพวกชายชุดดำ หรือองค์กรชุดดำมากขึ้น ไฮบาระ ไอหรือ มิยาโนะ ชิโฮ ผู้ประดิษฐ์คิดค้นยา APTX4869 เธอได้ทรยศองค์กร เพราะว่ายิน ได้สังหารพี่สาวของเธอ มิยาโนะ อาเคมิโดย ไม่ให้คำอธิบายต่อเธอ เธอจึงถูกควบคุมตัวแล้วขังในห้องก๊าซเพื่อรอคำสั่งประหารชีวิตเท่านั้น เธอคิดว่ายังไรก็คงตายจึงกรอกยาที่เธอประดิษฐ์ขึ้น APTX4869 แล้วกลับเป็นเด็กแล้วออกมาจากช่องทิ้งขยะในห้องขัง แล้วได้มาอยู่บ้านของดร.อากาสะ เพื่อคิดค้นยาถอนพิษของ APTX4869
โคนันได้ทำความรู้จักกับเหล่า FBI ที่มาที่ญี่ปุ่นด้วยจุดประสงค์เดียวกัน โคนันจึงได้ร่วมมือกับ FBI ในการสืบสวนแล้วจับหนึ่งในสมาชิกขององค์กรชุดดำได้คือ มิซึนาชิ เรย์นะ แต่เธอกลับเป็นสายลับของ CIA ที่มาที่ญี่ปุ่นด้วยจุดประสงค์เช่นเดียวกัน เธอจึงกลับเข้าไปในองค์กรเพื่อหาวิธีในการจับกุม
สื่อ

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับหนังสือการ์ตูน

  
หน้าปกของเล่มที่ 1 ที่พิมพ์โดยโชงะกุกัง

 


ในปี พ.ศ. 2537 ตลาดหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นได้มีการปรากฏการ์ตูนแนวสืบสวนมากขึ้น หลังจากการตีพิมพ์การ์ตูนเรื่องคินดะอิจิยอดนักสืบ อาจารย์อาโอยาม่า โกโชเริ่มที่จะวาดตัวการ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันในช่วงนี้ ผลงานบทแรกของเขาได้ปรากฏในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์โชงะกุกังโชเนนซันเดย์ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน อาจารย์อาโอยาม่า โกโชได้นำเค้าโครงเรื่องมากจากเรื่อง อาร์แซน ลูแปง, เชอร์ล็อก โฮล์มส์, และหนังซามูไรของ อากิระ คุโรซาวา อาจารย์อาโอยาม่า โกโชเคย บอกไว้ว่าอาจารย์จะใช้เวลาเฉลี่ยในการคิดคดีใหม่ๆในการ์ตูนราว 4 ชั่วโมง ถ้าคดีไหนยิ่งซับซ้อนมากก็จะใช้เวลามากกว่า 12 ชั่วโมง คดีทุกคดีจะประกอบด้วยหลายๆบท และจะถูกคลี่คลายในตอนจบทุกครั้งโดยตัวละครจะอธิบายในรูปแบบง่ายๆ อาจารย์อาโอยาม่า โกโชยังคงใช้ภาษาง่ายๆให้ผู้อ่านได้ติดตามผลงานของเรื่องไปเรื่อยๆ
ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้กลายเป็นหนังสือการ์ตูนเรื่องยาวที่มีมากกว่า 700 บท โดยทุกๆบทได้ถูกรวบรวมโดยโชงะกุกัง โดยเล่มแรกได้ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2537 และผู้ช่วยของอาจารย์อาโอยาม่า โกโช ก็ได้เขียนและจัดพิมพ์โคนันแบบ side storyจำนวน 36 เล่มแล้วด้วยกัน
ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้ขอลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์ไปทั่วโลกเช่น จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินโดนีเซีย ฟินแลนด์ และไทย โดยในสหรัฐอมเริกาได้ถูกตีพิมพ์โดยวีซ มีเดีย โดยได้ใช้ชื่อเรื่องว่า "Case Closed"
ส่วนยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับหนังสือการ์ตูนในประเทศไทยเป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนโทรทัศน์

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนโทรทัศน์ผลิตขึ้นโดย โยมิอุริ เทเลแคสติ้ง คอปอเรชั่น และ ทีเอ็มเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ กำกับโดยโคดามะ เคนจิ และ ยามาโมโตะ ยาซุยจิโร่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้ออกอากาศในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วมากกว่า 600 ตอน โดยจัดลำดับให้เป็นการ์ตูนโทรทัศน์เรื่องยาวที่มีความยาวมากที่สุดเป็น อันดับที่ 6 โดยเริ่มแรก โชงะกุกังได้ออกวางจำหน่ายแต่ละตอนในรูปแบบวิดีโอ (VHS Video Cassettes) ในระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2539 - เดือนตุลาคม พ.ศ. 2549
ส่วนยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนโทรทัศน์ในประเทศไทย เดิมเจ้าของลิขสิทธิ์คือบริษัท วิดีโอสแควร์ จำกัด โดยน่ามีการจัดจำหน่ายในรูปแบบวิดีโอ หรือ (VHS Video Cassettes) และในรูปแบบวีซีดี โดยรูปแบบวีซีดี จัดจำหน่ายโดย บริษัท ฮิต เอ็นเตอร์เท็นเมนต์ จำกัด แต่ต่อมา บริษัท ทีไอจีเอ จำกัด ก็ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเวลาถัดมา (ขณะนี้มีลิขสิทธิ์ถึงปี 9) แล้วได้ออกจัดจำหน่ายในรูปแบบทั้งวีซีดี และดีวีดีตามลำดับ และตั่งแต่ปี 10ก็มีลิขสิทธิ์จาก บริษัท ทีเอ็มเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด

ข้อมูลการออกอากาศในประเทศไทย

  • ฟรีทีวี : โมเดิร์นไนน์ทีวี โดยใช้ชื่อเรื่องว่า โคนัน เจ้าหนูยอดนักสืบ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30 - 10.00 น. (ขณะนี้ออกอากาศถึงปี 9)[1]
  • ช่อง ทรู สปาร์ค ช่อง 31 (ในระบบดิจิตอล) และช่อง 28 (ในระบบอนาล็อก) ผ่านจานดาวเทียม ทรูวิชั่นส์ ทุกวันวันจันทร์-พุธ เวลา 19.30-20.10 น. (ขณะนี้ออกอากาศถึงปี 10และปี 11)
  • ช่อง การ์ตูนคลับแชนแนล (ช่อง 8) ผ่านดาวเทียม DTV (ขณะนี้กำลังออกอากาศ ปี 1, ปี 2 และปี 3)

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนภาพยนตร์ (โคนัน เดอะมูฟวี่)

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนภาพยนตร์มีจำนวนตอนทั้งหมด 14 ตอนด้วยกัน โดยถูกควบคุมการผลิต และผลิตโดย ทีเอ็มเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์, โยมิอุริ เทเลแคสติ้ง คอปอเรชั่น, สถานีโทรทัศน์นิปปอน, โชโปร, บริษัท โตโฮ จำกัด โดยยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนภาพยนตร์7ตอนแรกกำกับโดย โคดามะ เคนจิ, และตอนที่8 กำกับโดย ยามาโมโตะ ยาสุอิจิโร่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนภาพยนตร์จะถูกฉายในเดือน เมษายนของทุกๆปี โดยชุดแรกถูกฉายในปี พ.ศ. 2540 คดีปริศนาระเบิดระฟ้า จนกระทั่งมาถึงยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับการ์ตูนภาพยนตร์ตอนที่ 16 ในปี พ.ศ. 2555 จะถูกฉายในโรงภาพยนตร์ของประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555[2]

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับคนแสดง (โคนัน ภาคคนแสดง)

ในปี พ.ศ. 2549 ยอดนักสืบจิ๋วโคนันได้เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี จึงมีการจัดทำ ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับคนแสดง หรือ โคนัน ภาคคนแสดงขึ้น ในชื่อ จดหมายท้าทายถึงคุโด้ ชินอิจิ บทนำก่อนอำลา ซึ่งควบคุมการผลิตโดย โยมิอุริ เทเลแคสติ้ง คอปอเรชั่น โดยนำนักแสดงชื่อดังมาเป็นตัวละครในเรื่องเช่น โอกุริ ชุน รับแสดงเป็น คุโด้ ชินอิจิ เป็นต้น และยังได้มีการจัดทำยอดนักสืบโคนันฉบับคนแสดงภาค 2 อีกด้วย ในชื่อ เผชิญหน้าองค์กรชุดดำ
เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554 สถานีโทรทัศน์โยมิอุริ ประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกอากาศยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับคนแสดงภาคที่ 3 ในชื่อ ชินอิจิปะทะปริศนาวิหคมรณะ โดยมีการนำเค้าโครงเรื่องมาจากยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับนิยาย โดยมีการเปลี่ยนรายนามนักแสดงไปหลายตัวละครด้วยกันจากสองภาคแรกเช่น มิโซบาตะ จุนเปย์ แสดงเป็น คุโด้ ชินอิจิ, คุซึนะ ชิโอริ แสดงเป็น โมริ รัน[3]

ยอดนักสืบจิ๋วโคนันฉบับละครชุด (ซีรีส์)

เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน สถานีโทรทัศน์โยมิอุริ ได้ร่วมกันจัดทำละครชุด (ซีรีส์) ขึ้นชื่อว่า "จดหมายท้าทายถึงคุโด้ ชินอิจิ" (工藤新一への挑戦状 ) เริ่มออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 นำแสดงโดย มิโซบาตะ จุนเปย์ แสดงเป็น คุโด้ ชินอิจิ, คุซึนะ ชิโอริ แสดงเป็น โมริ รัน, จินไน ทาคาโนริ แสดงเป็น โมริ โคโกโร่[4]

การปรากฏตัวของโคนันในสื่ออื่น

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน นอกจากจะปรากฏในภาพยนตร์การ์ตูนของตนเองแล้ว เอโดงาวะ โคนันยังมีการปรากฏตามการ์ตูนภาพยนตร์, ละครโทรทัศน์, ละครภาพยนตร์ และวิดีโอเกมอื่นๆอีกด้วย เช่นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง แชมเปี้ยนขนมปัง สูตรดังเขย่าโลก ตอนที่ 48, แบล็คแคท ตอนที่ 13 และ 14, เทพอสูรจิ้งจอกเงิน ตอนที่ 128, ฮายาเตะ พ่อบ้านประจัญบาน ตอนที่ 30, ละครโทรทัศน์ย้อนเวลาไปหารัก ตอนที่ 10, Sonic X หรือ เจ้าเม่นสายฟ้า, และ สมองกลนักสู้ ตอนที่ 22 [5]
มังงะ
เขียนเรื่อง
อาโอยาม่า โกโช ตีพิมพ์ โชงะกุกัง
วิบูลย์กิจ นิตยสาร โชเนนซันเดย์
นีออซ

ภาพยนต์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ โคดามะ เคนจิ
,
ยามาโมโตะ ยาสุอิจิโร่ ผลิตโดย
โยมิอุริ เทเลแคสติ้ง คอปอเรชั่น และ ทีเอ็มเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ลิขสิทธิ์ บริษัท วิดีโอสแควร์ จำกัด (เดิม)
ทีไอจีเอ (ปัจจุบัน)
ทีเอ็มเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์(ตั้งแต่ปี 10)



ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน [Conan]
http://th.wikipedia.org/wiki/ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน